
 |
1. แม่น้ำโขงเป็นลำน้ำระหว่างประเทศ
มีแหล่งกำเนิด ในที่ราบสูงธิเบต ในประเทศจีน ไหลผ่านมณฑลยูนาน
และประเทศริมฝั่งแม่น้ำโขงอีก 5ประเทศ คือ พม่า ลาว ไทย กัมพูชา
และเวียดนาม ก่อนที่จะลงสู่ประเทศจีนใต้ ความยาวของแม่น้ำทั้งสิ้นกว่า
4,200 กิโลเมตร ถือเป็นอันดับ12ของโลก มีพื้นที่ลุ่มน้ำสากลและมีขนาดใหญ่
การที่จะพัฒนาโดยนำน้ำขึ้นมาใช้ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ ในด้านเศรษฐกิจและสังคม
และประชาชนของประเทศ ริมฝั่งแม่น้ำ ต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุน ที่หลากหลาย
รวมถึงความร่วมมือ ของประเทศต่างๆด้วย |
2. จากแนวคิดที่นำน้ำจากแม่โขงมาใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ดังกล่าว
รัฐบาลของ4ประเทศ ในลุ่มแม่น้าโขงตอนล่าง ได้ตกลงร่วมกันก่อตั้งองค์กรขึ้น
เมื่อปีพ.ศ 2500 โดยมีชื่อว่า คณะกรรมการประสานงานสำรวจแม่น้าโขงตอนล่าง
รู้จักโดยทั่วไปสั้นๆว่า คณะกรรมการแม่น้ำโขง
และต่อมาได้วิวัฒนาการเป็น คณะกรรมาธิการแม่น้าโขง (Mekong River Commission)
โดยรัฐบาลของ4ประเทศตอนล่าง แม่น้ำโขงตามการลงนาม เมื่อวันที่5 เมษายน
2538 (1995 Mekong Agreement) คณะกรรมาธิการ จะมีหน้าที่ด้านการประสานการพัฒนาทรัพยากรน้ำ
การจัดการ และป้องกันสิ่งแวดล้อมของภูมิภาค เพื่อเร่งรัดการพัฒนา ลุ่มแม่น้ำโขงให้สามารถอาศัยซึ่งกันและกัน
ไปสู่รากฐานที่มั่นคง สำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาค การปฏิบัติงาน
ของคณะกรรมาธิการ จะมีสำนักเลขาธิการกลาง(Mekong Secretariat) เป็นผู้ปฏิบัติ
มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่างๆข องรัฐบาล 4 ประเทศ ผ่านองค์กรจัดตั้งที่เรียกว่า
ผ่านองค์กรจัดตั้งที่เรียกว่า คณะกรรมการแม่น้าโขงแห่งชาติ
(National Mekong Committee)
3. องค์กร คณะกรรมการแม่น้าโขงแห่งชาติไทย
(Thai National Mekong Committee) จะประกอบด้วยผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนประมาณ 22 คน และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน โดยอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นคณะกรรมการลุ่มแม่น้ำโขง
สังกัด สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมทรัพยากรน้ำ ทำหน้าที่เป็นกองเลขาธิการให้แก่คระกรรมการ
เกี่ยวกับเรา
+ ประวัติองค์กร + นโยบาย |